• Advertisement

Moderator Control Panel ]

ภูมิบ้านภูมิเมือง - เชียงตุงก่อนหลัง “หอหลวง” ล่มสลาย

บทความท่องเที่ยว เชียงราย สิบสองปันนา (เชียงรุ่ง) เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง
  • Ads

ภูมิบ้านภูมิเมือง - เชียงตุงก่อนหลัง “หอหลวง” ล่มสลาย

โพสต์โดย Sam » พฤหัสฯ. ธ.ค. 16, 2010 10:33 am

รูปภาพรูปภาพ
นักประวัติศาสตร์สังคมวัฒนธรรม กล่าวการเดินทางจากเชียงใหม่ไปเชียงตุงเมื่อ 150 ปีก่อน ต้องใช้เวลา 21 คืน จากเชียงรายใช้เวลา 14 คืน จากน่านใช้เวลา 21 คืน และจากกรุงเทพฯ ขึ้นมาทางเมืองเหนือต้องใช้เวลาอีกแรมเดือนก่อนสิ้นสุดเชียงตุง บนเส้นทางที่ยากลำบากทั้งทางบกทางน้ำ แม้ปัจจุบันใช้เวลาเดินทางด้วยรถยนต์จากแม่สายไปเชียงตุงเพียงประมาณ 5 ชั่วโมงก็ตาม

รศ.สมโชติ อ๋องสกุล คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่ายให้เห็น เส้นทางการเดินทางเลียบเชิงเขา ริมแม่น้ำอันคดเคี้ยวตลอดเส้นทางจนถึงแอ่งเชียงตุง เขตรัฐฉาน สหภาพเมียนมาร์ ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มน้ำเขิน ในอดีตแล้วเดินเท้าผ่านเขตป่าทึบที่อุดมด้วย “เชื้อไข้ป่า” การเดินทัพซึ่งมีกำลังคนจำนวนมากต้องเดินเรียงแถวตามเส้น ทางแคบ และคดเคี้ยวง่ายต่อการถูกซุ้มโจมตีจากกองทัพพม่า และกลุ่มชาติพันธ์ในพื้นที่ซึ่งทำงานให้กองทัพพม่า

“ทางน้ำริมถนน อดีตคือเส้นทางล่องไม้ซุงจากเชียงตุงและเมืองต่างๆ ลงสู่แม่น้ำสาละวินหรือแม่คง ของบริษัทป่าไม้ของอังกฤษ เช่น บริษัทบอมเบย์เบอร์ม่า ภูเขาหรือดอยที่เห็นในปัจจุบันจึงหมดสภาพป่า ขณะที่ทางบกเป็นเส้นทางของกองคาราวานพ่อค้าวัวต่าง เดินทางค้าขายระหว่างเมืองต่างๆ ต้องผ่านด่านเมืองเชียงตุง โดยสินค้ามีทั้งในและนอกระบบเศรษฐกิจทั้งในอดีตและปัจจุบัน”

บนเส้นทาง 90 กิโลเมตรถนนลาดยางมะตอย หลุมบ่อบางช่วงที่ปลายทางของผู้เขียนและครูบาอาจารย์อีกหลายท่านอยู่ที่เมืองเชียงตุง ภาพแรกคือประตูเมือง รศ.สมโชติ ชี้ร่องรอยให้เห็นพร้อมกับอธิบาย

ในอดีตมีประตูเมือง12 ประตู เรียงตามทิศดังนี้ ทิศเหนือประตูหนองผา ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ประตูยางปึ่ง ทิศตะวันออกมี 3 ประตู คือประตูน้ำอ้อย ประตูม่าน ประตูป่าแดง ทิศตะวันออกเฉียงใต้ประตูงามฟ้า ทิศใต้ประตูเชียงลาน ทิศตะวันตกเฉียงใต้ประตูผาหยั่ง ประตูเจนเมือง ทิศตะวันตกประตูยางคำ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือมี 2 ประตู คือประตูหนองเหล็ก และ “ประตูไก่ไห้”

มีคำเปรียบความสูงของกำแพงและความกว้างของคูเมืองขนาด “ไก่” ยัง “ไห้” (ร้องไห้) แม้แต่กระสุนปืนใหญ่ที่กองทัพสยามในสมัยรัชกาลที่ 3 ต่อเนื่องรัชกาลที่ 4 (พ.ศ.2392–2397) ยิงเข้าไปยังแทบไม่ถึงเป้าหมาย ดังที่ ดร.จุลทัศน์ พยาฆรานนท์ กล่าว “กรมหลวงวงษาธิราชสนิททำการรวบรวมไพร่พลเรือนหมื่นจากหัวเมืองทางเหนือที่ ขึ้นตรงกับสยามขึ้นไปตีในคราที่ 3 ก็ตามแต่ไม่สำเร็จ” บวกกับกองทัพพม่าเตรียมการอย่างเข็มแข็งในเมือง จึงยากยิ่งที่จะฝ่ากำแพงเมืองเชียงตุงได้ กระทั่งศึกเชียงตุงครั้งที่ 4 (พ.ศ.2485) “สยาม” แปรเป็น “ไทย” เข้ายึดได้สำเร็จ

อ.สมโชติ ชี้กำแพงเมืองของเชียงตุงให้เห็น ยิ่งใหญ่กว่ากำแพงเชียงแสน กำแพงเชียงใหม่ กำแพงเชียงของ กำแพงเมืองน่าน กำแพงเมืองลำพูน ฯลฯ ในเขตสยาม ตั้งเด่นบนชัยภูมิเนินเขา มีคูเมืองขนาดกว้างประมาณ 30 เมตร มีน้ำลึกยากต่อการบุกเข้าโจมตี

ภาพมุมสูงบนยอดเขา ช่วยให้แลเห็น ภูมิทัศน์เมืองเชียงตุง ทั่วเขตเมือง ผังเมืองที่มีรูปทรงอิสระ แต่การจัดวางระบบสังคมชุมชนเป็นไปอย่างมีแบบแผนของพื้นที่ทางจิตวิญญาณและความศักดิ์สิทธิ์ของเมือง ภูเขา หนอง วัดเวียงแก้วหอคำ หอเสื้อ ต้นไม้หลวง (ไม้หมายเมือง) ลานพิธีกรรม ฯลฯ ศูนย์รวมจิตใจของชาวเชียงตุงมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน (วนิดา พึ่งสุนทร ภูมิทัศน์วัฒนธรรม) กาดหลวง เรือนพื้นถิ่น อาคารตึกเป็นไปอย่างมีระเบียบ ไม่รกรุงรังสายตาเฉกเช่นเมืองเชียงใหม่ที่รบกวนพื้นที่ทางจิตวิญญาณ

รูปภาพ
หนองตุง แหล่งน้ำขนาดใหญ่ใจกลางเมือง อ.สมโชติ ว่า ชาวเชียงตุงมีความเชื่อกันว่ามีเทวดารักษา หนองตุงประจำอยู่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ในเมือง ภาพหนองในอดีตมีถึง 9 หนอง คือหนองตุง หนองเย หนองยาง หนองท่าช้าง หนองแก้ว หนองไค้ หนองป่อง หนองผา และหนองเข้

ถัดออกไปไม่ไกลนัก ข้ามถนนหลักสายเดียวก็ถึงศูนย์กลางพื้นที่ทางเศรษฐกิจของเมือง กาดหลวงหรือตลาด ทำให้เห็นความเป็นเมืองชุมทางการค้าของเชียงตุงที่สืบเนื่องตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน อ.สมโชติเล่าว่า สินค้าจากเขตรัฐฉาน สิบสองพันนา ยูนนาน จีน พม่า ลาว เชียงใหม่ เชียงราย ฯลฯ ที่บรรดาพ่อค้าวัวต่างเคยนำมาตามเส้นทางการค้าทางบก บัดนี้พ่อค้าก็นำสินค้าทั้งอุปโภคบริโภคในระบบและนอกระบบบรรทุกแทบล้นรถยนต์สี่ล้อ หกล้อ สิบล้อจากทุกเมืองที่กล่าว ไม่เว้นกรุงเทพฯ จำหน่ายในกาดหลวงแห่งนี้

ในส่วนของวัดสำคัญ เช่น วัดยางกวง ซึ่งพญาผายู (พ.ศ.1879-1877) แห่งเชียงใหม่ ได้ส่งพระเถระจากเชียงใหม่ขึ้นไปเชียงตุง เพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาหนสวนดอก ซึ่งในเชียงตุงเรียกว่าหนยางกวง และ วัดป่าแดง ซึ่งสมัยพญาสามฝั่งแกน (พ.ศ.1945-1984) พระมหาญาณคัมภีร์ได้นำพุทธศาสนา “ลังกาวงศ์ใหม่” ไปเผยแพร่ถึงเชียงตุง ใน พ.ศ.1989 พระยาสิริธัมมจุฬาเจ้าแห่งเชียงตุงได้สร้างวัดป่าแดงถวาย เป็นวัดฝ่ายอรัญวาสี

ทั้งสองวัดและวัดในสังกัดยังรักษาแบบแผนเดิมสืบทอดถึงปัจจุบัน ความสัมพันธ์ทางพุทธศาสนายังแนบแน่น มีการไปมาหาสู่กันของพระสงฆ์เชียงใหม่-เชียงตุง ที่น่าสนใจมีหลายวัดสอนอักษรธรรม ภาษาล้านนา และภาษาไทยมาตรฐาน ในทางศาสนาและวัฒนธรรมถือได้ว่าเชียงตุงเป็นฐานที่มั่นที่ผูกพันกับ เชียงใหม่และสยาม

ภาพของชุมชนช่าง ยังแลเห็นอยู่หลายแห่ง เช่น ทางไปวัดยางกวง มีชุมชนช่างปั้นหม้อ ข้างวัดจอมคำมีชุมชนช่างตีเหล็ก ชุมชนทำดอกไม้กระดาษ ชุมชนทำครัวเงิน ชุมชนทำ “ครัวรักครัวหาง” หรือเครื่องเขิน

หอหลวง สร้างสมัยเจ้าฟ้าก้อนแก้วอินทรแถลง ซึ่งภายหลังรัฐบาลพม่าได้สั่งรื้อ (พ.ศ.2534) แล้วสร้างโรงแรมสูง 4 ชั้นชื่อนิวเชียงตุง สิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในบริเวณที่เคยเป็น “หอหลวง” คือบ่อน้ำขนาดใหญ่และต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีทั้งไม้ผล เช่น ต้นลำไย ต้นมะม่วง ต้นมะพร้าว ฯลฯ ไม้ดอก เช่น ต้นพะยอม ต้นพิกุล ต้นดอกสีม่วง ฯลฯ (ผู้เขียนร่วมสำรวจ รศ.สมโชติ 1 เม.ย. 2552 ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ) เชื่อกันว่ามีเทวดารักษาหอหลวงประจำอยู่

นักประวัติศาสตร์ท่านนี้ ยังได้สะท้อนให้เห็นถึงหออื่นๆ เช่น หอเจียงเหล็ก หอนางฟ้า หอสวนเล้า หอเจ้านางแดง หอห่อง หอเจียงกอง หอใหม่ หอเจียงจันทร์ ทำให้เห็นสายสัมพันธ์อันแนบแน่นเชียงตุงกับเชียงใหม่ และเจ้าโสภาวดี-ครอบครัวถือเป็นทายาทสายเจ้าฟ้าก้อนแก้วอินแถลง “รุ่นสุดท้าย” อพยพออกจากเชียงตุง (พ.ศ.2520) หลังการรัฐประหารของนายพลเนวิน เชียงตุงต่อมาในสายของเจ้าฟ้าถึงกาลล่มสลาย

“ใครจะรู้ว่าพายุทางการเมืองได้ก่อตัวขึ้น เมื่อกองทัพพม่าเข้มแข็งขึ้น (2 มี.ค. 2505) นายพลเนวินก่อรัฐ ประหารยึดอำนาจรัฐบาลอูนุ ประกาศนโยบายสังคมนิยมในวิถีทางพม่า ตั้งแต่นั้นการปกครองพม่าก็ถาโถมลงบนเมืองเชียงตุงและหัวเมืองอื่น ทายาทเจ้าฟ้าแต่ละเมืองต่างทยอยหนีออกจากบ้านเมืองตัวเอง กระจายอยู่ประเทศอื่น ๆ บางคนบันทึกเรื่องราวเหตุการณ์ในครั้งนั้น ผมเองได้พบทายาทเจ้าฟ้าเชียงตุง (เจ้าวรจักร ณ เชียงตุง) หลายท่านในเมืองเชียงใหม่เมื่อปลายปี 2551 ต่างได้นำครอบครัวมาร่วมงานกันอย่างอบอุ่นยิ่ง” อ.สมโชติ ฉายภาพความหลัง

เมืองเชียงตุง พ.ศ. 2552 ชาวไทเขิน(ขึน) ไทใหญ่ เป็นพลเมืองหลัก มีกลุ่มชาติพันธุ์ ลัวะ อาข่า และชนเผ่าอื่นๆ เราพบเห็นได้ในยามเช้าที่กาดหลวง บางรายนำ “ไก่” ตัวเป็นๆ มาแลกเปลี่ยนสินค้ายังมีให้เห็น แม้แต่การชั่งน้ำหนักข้าวของ ก็ยังใช้ตาชั่งตวงวัด เป็นวิถีชีวิตทางธรรมชาติที่ดำรงด้วยอัตภาพกำลังของตนเอง อันนอกเหนือ พม่า อินเดีย บังคลาเทศ จีน ฯลฯ ปักหลักค้าขายตามยุคสมัยเทคโนโลยีปัจจุบัน

เมืองเชียงตุงในร่างของการปกครองพม่า ซึ่งพื้นที่ยังคงรักษารูปแบบแผนทางกายภาพภูมิทัศน์และมรดกศิลปะและวัฒนธรรม ล้านนา-พม่า ที่ถึงแม้วันนี้พม่าสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่ยืนตระหง่านบนยอดเขา ชี้นิ้วข่มเงาหอหลวงก็ตามที ทว่าจิตวิญญาณของผู้เฒ่าผู้แก่ไทเขินแล้วยังคงยึดมั่นอยู่กับเจ้าฟ้าในหอ หลวง

อู้จาภาษาเมือง ร้อยเรียงอักษรไทเขิน ถ่ายทอดเรื่องราวในอดีตให้ลูกหลานฟังก่อนนอนในชาย คากระเบื้องดินขอ

ภูมิบ้านภูมิเมือง
บูรพา โชติช่วง
สยามรัฐออนไลน์
ภาพประกอบข่าวจาก bangkokbiznews.com


Sam
Site Admin
 
โพสต์: 1786
ลงทะเบียนเมื่อ: อาทิตย์ มี.ค. 11, 2007 9:03 pm
ที่อยู่: เชียงราย

ย้อนกลับไปยัง Tourism Articles: เชียงราย สิบสองปันนา เชียงตุง-เมืองลา หลวงพระบาง

ผู้ใช้งานขณะนี้

่กำลังดูบอร์ดนี้: ไม่มีสมาชิก และ บุคคลทั่วไป 1 ท่าน

cron

185/8 หมู่ 4 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย 57100
โทร. 081-8854644 (หนุ่ย) E-mail: booking@ichiangrai.com Website: www.ichiangrai.com
จองโรงแรมเชียงราย | ทัวร์เชียงรายเช่ารถตู้เชียงราย | เชียงตุง-เมืองลา | สิบสองปันนา | เชียงของ-หลวงพระบาง